วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา


จากอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกได้ครอบงำวิถีชีวิตของวัยรุ่นไทยจำนวนไม่น้อยตามที่เด่นชัดประการหนึ่งก็คือการมีเพศสัมพันธ์แบบเสรี จนนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นส่วนหนึ่งจะมาจากปัญหาภายในครอบครัว และปัญหาการขาดแคลนโอกาสในการศึกษาลดลง และแม่วัยรุ่นมีปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น สภาวะทางอารมณ์ไม่มั่นคง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเครียดและภาวะซึมเศร้าเพราะต้องการปกปิดเรื่องการตั้งครรภ์หรือการมีลูกต่อผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการเรียนและการทำแท้งอีกด้วย การที่วัยรุ่นหนุ่มสาวมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นอาจเนื่องมาจากการได้รับการเลี้ยงดูด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายจึงทำให้พัฒนาการทางเพศเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย โดยเด็กจะเจริญเป็นหนุ่มสาวเร็วขึ้น เด็กผู้หญิงมีประจำเดือนหรือตกไข่เร็วขึ้น ส่วนเด็กชายก็มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศเร็วขึ้น การพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงของร่างกายของเด็กชายและหญิงดังกล่าวจึงนำมาสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาที่สำคัญของทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย หากวัยรุ่นเกิดการตั้งครรภ์ก่อนวัยที่เหมาะสม หรือก่อนที่จะมีความพร้อมในการเป็นมารดา จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งตัววัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม รวมทั้งประเทศชาติ  การดำเนินการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และมีการเลือกใช้ตัวชี้วัดในการติดตามผลการดำเนินงานที่มีความเหมาะสมและมีระบบการเก็บข้อมูลที่เชื่อถือได้ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ในฐานะหนึ่งในหน่วยงานหลักที่มีส่วนในการดำเนินการแก้ไขและป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศไทยและมีผู้นำข้อมูลจากหน่วยงานไปใช้และอ้างอิงต่อจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะรวบรวมและปรับปรุงรูปแบบและนิยามของตัวชี้วัด ฐานข้อมูล และวิธีการคำนวณตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศไทย รวมทั้งการทบทวนสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้อง ได้มาตรฐานตามหลักสากล และใช้ในการติดตามผลการดำเนินงานต่อไป
จากรายงานการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและสตรีหลังคลอดในกลุ่มอายุต่ำกว่า 19 ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนแต้ ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม พบว่า บ้านหนองกุงเต่ามีสตรีตั้งครรภ์และหลังคลอด ร้อยละ 40 บ้านท่าสองคอนมีสตรีตั้งครรภ์และหลังคลอด ร้อยละ 30 คน และบ้านโนนแต้มีสตรีตั้งครรภ์และหลังคลอด ร้อยละ 30 (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนแต้. 2556) 
ดังนั้นคณะผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับด้านความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นบ้านหนองกุงเต่า  ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านโนนแต้ ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้วัยรุ่นมีความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำหาวิธีส่งเสริมสุขภาพของวัยรุ่น ให้แข็งแรงสมบูรณ์ทางด้านร่างกายและจิตใจ อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และการวางแผนแก้ไขปัญหาอันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.    เพื่อให้วัยรุ่นมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง เพศศึกษาและพัฒนาการของตนเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
2.    เพื่อให้วัยรุ่นมีความรู้และทักษะในการปฏิเสธ การจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ
3.    เพื่อเสริมสร้างให้วัยรุ่นมีเจตคติ ค่านิยมที่ถูกต้อง และมีพฤติกรรมการแสดงออกในเรื่องเพศได้อย่างเหมาะสม


ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. วัยรุ่นมีความรู้ความเข้าใจ และค่านิยมในเรื่องเพศที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสังคมไทย
2. วัยรุ่นสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและนำความรู้ไปขยายผลต่อในชุมชน
3. วัยรุ่นมีความภาคภูมิใจในตนเอง มีทักษะชีวิตในการป้องกันตนเอง มีการวางตัวที่เหมาะสมในการคบเพื่อนต่างเพศ และไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
พัฒนาการของวัยรุ่น

พัฒนาการของวัยรุ่นจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ วัยแรกรุ่น (10-13ปี) วัยรุ่นตอนกลาง (14-16 ปี ) และวัยรุ่นตอนปลาย (17-19 ปี)  ทั้งนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงลักษณะที่เด่นเป็นพิเศษของวัยรุ่นแต่ละช่วง ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านความรู้สึกนึกคิด และความสัมพันธ์กับบิดามารดาโดยแบ่งดังนี้

1. วัยแรกรุ่น (10-13ปี) เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทุกระบบ โดยจะมีความคิดหมกมุ่นกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังจิตใจ ทำให้อารมณ์หงุดหงิดและแปรปรวนง่าย
2. วัยรุ่นตอนกลาง (14-16 ปี )  เป็นช่วงที่วัยรุ่นจะยอมรับสภาพร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นหนุ่มเป็นสาวได้แล้ว มีความคิดที่ลึกซึ้ง (abstract) จึงหันมาใฝ่หาอุดมการณ์และหาเอกลักษณ์ของตนเอง เพื่อความเป็นตัวของตัวเอง และพยายามเอาชนะความรู้สึกแบบเด็กๆ ที่ผูกพันและอยากจะพึ่งพาพ่อแม่

3. วัยรุ่นตอนปลาย (17-19 ปี)  เป็นเวลาของการฝึกฝนอาชีพ ตัดสินใจที่จะเลือกอาชีพที่เหมาะสม และเป็นช่วงเวลาที่จะมีความผูกพันแน่นแฟ้น (intimacy) กับเพื่อนต่างเพศ สภาพทางร่างกายเปลี่ยนแปลงเติบโตโดยสมบูรณ์เต็มที่ และบรรลุนิติภาวะในเชิงกฎหมาย


ค่านิยมทางเพศที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิต

        ค่านิยมของวัยรุ่นหลายประการสามารถชักนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น พฤติกรรมนิยมมีแฟนในวัยเรียน พฤติกรรมที่วัยรุ่นเรียกว่า กิ๊กซึ่งวัยรุ่นยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับค่านิยมเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะมองดูทันสมัย แต่ถ้านำมาปฏิบัติจะนำพาชีวิตไปสู่ทางเสื่อมได้ง่าย ถ้าไม่รู้จักการปฏิบัติและวางตัวให้เหมาะสมกับวัย ซึ่งวัยรุ่นยังขาดประสบการณ์ที่เพียงพอในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพศที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
ค่านิยมทางเพศที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตมีคุณค่า ในที่นี้จะนำเสนอค่านิยมทางเพศที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้พิจารณานำไปปฏิบัติ ดังนี้

       1. ค่านิยมรักนวลสงวนตัว เรื่องการปฏิบัติตนของเพศหญิงที่เรียกว่า การรักนวลสงวนตัว เป็นสิ่งที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณกาล ซึ่งในปัจจุบันค่านิยมนี้ยังใช้ได้ดีอยู่ เพราะช่วยป้องกันภัยทางเพศได้ สังคมไทยยังถือเรื่องความบริสุทธิ์ของผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญและมีคุณค่า การปฏิบัติตนเพื่อรักนวลสงวนตัวนั้น ไม่ใช่ว่าตัดความสัมพันธ์ในการคบหาสมาคมกับเพื่อนชายโดยสิ้นเชิง แต่จะเน้นการสร้างสัมพันธภาพที่เหมาะสมต่อกัน เช่น วัยรุ่นหญิงไม่ควรเปิดโอกาสให้เพื่อนชายได้ใกล้ชิดมากจนเกินขอบเขต โดยปล่อยให้จับมือถือแขนโอบกอด ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้สังคมจะมองคุณค่าในตัวของเพศหญิงลดลง ดังนั้นผู้หญิงทุกคนควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะการวางตัวให้เหมาะสมกับวัยจะเป็นที่ชื่นชมของสังคมมากกว่า
       2. ค่านิยมการให้เกียรติและการวางตัว การให้เกียรติซึ่งกันและกันและการวางตัวที่เหมาะสมทางเพศ เป็นเรื่องที่วัยรุ่นควรศึกษาเรียนรู้ และนำมาปฏิบัติทั้งต่อเพื่อนเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามเพราะเป็นสิ่งที่สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจระหว่างเพื่อนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การให้เกียรติและการวางตัวที่ดีทางเพศนั้น ทั้งวัยรุ่นชายหญิงจะต้องแสดงออกต่อกันด้วยความจริงใจ เช่น วัยรุ่นชายควรใช้คำพูดที่สุภาพ ไม่พูดก้าวร้าว ดูหมิ่นศักดิ์ศรีเพื่อนหญิง ควรแสดงความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเพื่อนหญิง ไม่ฉวยโอกาสใกล้ชิดเพื่อนหญิงเพื่อจับมือถือแขน หรือลวนลามให้ได้รับความเสียหาย ต้องวางตัวในฐานะเพื่อนให้เพื่อนหญิงไว้ใจ อุ่นใจ ส่วนวัยรุ่นหญิงควรให้เกียรติเพื่อนชายเช่นกัน เช่น ใช้คำพูดที่สุภาพเรียบร้อย แสดงความมีน้ำใจ ไม่แต่งกายล่อแหลมเพื่อยั่วยวนเพื่อนชายด้วยการนุ่งน้อยห่มน้อยชิ้น ปฏิเสธการไปไหนด้วยกันสองต่อสองกับเพื่อนชาย ที่จะเป็นเหตุให้ตนเองไม่ปลอดภัยและสังคมมองไม่ดีได้ เป็นต้น
       3. ค่านิยมสร้างคุณค่าความดีงามในจิตใจ ความดีงามในจิตใจเป็นสิ่งมีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปในสังคมยอมรับ วัยรุ่นในฐานะที่กำลังเป็นวัยเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อพัฒนาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพในอนาคต จึงควรสร้างโอกาสอันดีในการเรียนรู้ฝึกฝนอบรมตัวเองทางด้านจิตใจ ให้เจริญพัฒนาอย่างมีคุณค่าจนเป็นที่ยอมรับของสังคม

       การสร้างคุณค่าในตัวเองทางจิตใจนั้นสามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น การยึดเหนี่ยวจิตใจด้วยหลักทางศาสนาที่ตนนับถือ ซึ่งทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี วัยรุ่นจึงควรศึกษาทำความเข้าใจในศาสนาของตนเองว่า การปฏิบัติในเรื่องใดสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพชีวิตของตนเองได้ก็ให้นำมาปฏิบัติ ในเรื่องเพศก็เช่นกันเดียวกัน ศาสนาไม่มีข้อห้ามแต่ต้องปฏิบัติให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เพศ และวัยของตนเองไม่หมกมุ่นฟุ้งซ่านจนเกินขอบเขตก็จะช่วยสร้างชีวิตที่ดีในอนาคตได้
การป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

การล่วงละเมิดทางเพศ หมายถึง พฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นในเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด สายตา หรือท่าที รวมถึงบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ การข่มขืนวัยรุ่นเป็นวัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันไม่ว่าจะทางร่างกาย จิตใจแลอารมณ์ จนบางครั้งทำให้เกิดความสับสน เกิดปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าวัยรุ่นไม่รู้จักระวังตัวหรือควบคุมตนเองให้แสดงพฤติกรรมเหมาะสม ก็จะเกิดปัญหากับการสร้างอนาคตตนเองได้ง่าย ซึ่งวัยรุ่นควรรู่จักวิธีป้องกันตนเองและใช้ทักษะชีวิตในการป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศและแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด ด้วยวิธีต่อไปนี้

        1.แนวทางการป้องกันตนเอง                          

1.1ก่อนจะไปที่ใดควรจะบอกให้พ่อแม่ ผู้ปกครองรับรู้ สถานที่ไป ไปกับใคร กลับเมื่อใด
1.2ไม่ควรไปคนเดียว ควรจะมีเพื่อนไปด้วย
1.3 อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า อย่าหลงเชื่อคราม แม้ว่าจะแสดงท่าทางเป็นมิตร
1.4 หลีกเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัวหรือสัมผัสอวัยวะทักส่วน
1.5 เมื่อเกิดปัญหาต้องหาทางแก้ โดยปรึกษาพ่อแม่ ครูหรือผู้ที่ไว้ใจได้

       2. การใช้ทักษะในการป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

2.1 การใช้ทักษะปฏิเสธ เป็นทักษะที่ชายและหญิงสามารถนำมาเพื่อป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัย เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรม
เสี่ยงเกิดขึ้น โดยวิธีปฏิเสธ ดังนี้
1. ปฏิเสธอย่างจริงจัง ทั้งท่าทาง คำพูดและน้ำเสียง เพื่อจะขอปฏิเสธอย่างชัดเจน
2. ใช้ความรู้สึกมาเป็นข้ออ้างประกอบเหตุผล
3. การเห็นชอบและแสดงความขอบคุณ  เมื่อผู้ชวนยอมรับจะเป็นการรักษาน้ำใจของผู้ชวน
4. ถ้าถูกเซ้าซี้หรือถูกสบประมาท ก็อย่าหวั่นไหว  เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการปฏิเสธ อาจบอกกล่าวเพื่อให้ออกจากสถานการณ์นั้นทันที

2.2  ทักษะในการต่อรอง  เป็นวิธีการโน้มน้าวให้ชวนปฏิบัติสิ่งอื่นแทนสิ่งที่เราไม่ต้องการ และไม่เห็นด้วย
2.3  ทักษะในการผันผ่อน   เป็นวิธีการผ่อนคลายหรือยืดเวลาเพื่อให้ผู้ชวนเปลี่ยนความตั้งใจ
2.4  ทักษะอื่นๆ  เป็นพื้นฐานทั่งไปที่จะใช้ป้องกันตนเอง เช่น ไม่อยู่ในที่ลับตาคน หลีกเลี่ยงการไปไหนตามลำพังสองต่อสอง ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่แต่งตัวล่อแหลม  ไม่พูดจายั่วเย้า ท้าทายการใช้ทักษะต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  ควรได้รับการฝึกฝนให้ติดตัวจนเป็นธรรมชาติ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันจะได้มีสติในการเลือกใช้ทักษะอย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์


การป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะฮอร์โมนในร่างกาย มีผลกระตุ้นให้มีความสนใจกับเพศตรงข้าม รวมทั้งแรงขับตามธรรมชาติ ที่ทำให้ใคร่รู้ ใคร่ลอง ในเรื่องเพศ จนเป็นปัญหาที่วัยรุ่นปัจจุบันประสบปัญหากันมากมาย ในโอกาสนี้ ขอนำเสนอกลวิธีการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันสมควร ได้รับรู้ไว้เป็นเกราะป้องกันตนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า มีคุณค่า น่านับถือตนเองได้ มาเรียนรู้ถึงบันได 13 ขั้นนำพาให้พ้นภัยได้ ดังนี้  

1. เรียนรู้ถึงความคิดต่างกันของหญิงชายในเรื่องเพศ ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่มีความรัก ขณะที่ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์เพราะความรัก ผู้ชายมองการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นการหาความสุขร่วมกันและไม่ต้องผูกพัน ขณะที่ผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับชายใดจะต้องการมีความผูกพันกับชายคนนั้น หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายไม่ได้คิดว่าจะต้องมีความผูกพันอะไรต่อไป ขณะที่ผู้หญิงคิดว่าเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว เธอจะต้องมีความผูกพันกับชีวิตเขา จึงเรียกความรับผิดชอบจากผู้ชาย ความตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง จะเป็นการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งจะนำปัญหาต่าง ๆ มากมายที่ยากแก่การแก้ไข  
2. วัยรุ่นชายควรคิดเสมอว่าวัยรุ่นหญิงเป็นเพศเดียวกับแม่ พี่น้อง ควรช่วยเหลือและให้เกียรติ  
3. ควรหลีกเลี่ยงการถูกเนื้อต้องตัว เพราะอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดได้  
4. ควรหลีกเลี่ยงการไปพักค้างคืนร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล  
5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ด้วยกันตามลำพังในที่ลับตาคน  
6. ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เปลี่ยว โรงแรมและสถานเริงรมย์ทุกรูปแบบ  
7. ควรหลีกเลี่ยงการมีนัดหมายกับเพศตรงข้ามในยามวิกาล  
8. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดทุกชนิด  
9. วัยรุ่นหญิงควรแต่งกายเรียบร้อย และมิดชิด ไม่ควรแต่งกายในลักษณะที่ยั่วยุ ให้ผู้พบเห็นเกิดอารมณ์ทางเพศ เช่น เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเกาะอก กระโปรงสั้น และกางเกงรัดรูปเกินไป  
10. หลีกเลี่ยงการคบเพื่อนหรือออกเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศที่ไม่รู้จักดีพอ  
11. ควรหลีกเลี่ยงการออกเที่ยวหรือเดินทางในยามวิกาล หรือการเดินทางในที่เปลี่ยว  
12. วัยรุ่นชายหญิงควรวางตัวต่อกันอย่างสุภาพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่ควรมีการล่วงเกินทางเพศ หรือวางตัวสนิทสนมใกล้ชิดเกินไป  
13. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ในสถานการณ์ที่เหมาะสม (การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง ใช้เป็นไม้ตายสุดท้าย ควรทำในที่ลับ และอย่าพร่ำเพรื่อจนเกินไป)